คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
คำถามทางเทคนิคแบบนี้แหละครับ ที่นักเก็งกำไรอยากรู้...เพื่อนำไปใช้ได้จริงเวลาต้องตัดสินใจในการเทรดขณะนั้น ซึ่งคนที่จะเข้าใจ ก็ต้องมีพื้นฐานความรู้เรื่อง Trend กับ Momentum มาพอสมควร จึงจะเข้าใจเรื่องพฤติกรรมของราคาได้
ผมเคยเขียนหลักการศึกษาเรื่องเทคนิเคิลหลายครั้ง ซึ่งก็จะย้ำว่ามีแค่ 3 เรื่องเท่านั้นคือ
1. เรื่อง Trend หรือ แนวโน้มราคา .... จะตรวจสอบอย่างไร ว่าราคาในปัจจุบันอยู่ในแนวโน้มอะไร ?
2. เรื่องโมเมนตัม ( Momentum ) หรือ ความเร็วในการเปลี่ยนแปลงราคา .....เราจะรู้ได้อย่างไรว่า แรงซื้อ/แรงขาย ฝ่ายไหนได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แรงซื้อใกล้หมดแรง หรือแรงขายใกล้หมดแรง ช่วงไหนราคากำลังวิ่งร้อนแรง ดูจากตัวชี้วัดอะไร ???
3. รูปแบบราคา หรือ Price Patterns ว่าราคากำลังอยู่ในช่วงรูปแบบการกลับตัว ( Reversal Patterns ) หรือ รูปแบบพักตัวชั่วคราว ( Continuation Patterns )
จากคำถามของ จขกท ที่ถามว่า เมื่อระบบเทรดให้สัญญาณซื้อเราควรซื้อเลย หรือรอ ให้ Pull Back ก่อนนั้น
คำตอบคือ ขึ้นกับว่าระบบเทรดที่ใช้ ใช้ตัวแปรชนิดไหนในการสร้างสัญญาณซื้อขาย และเราสามารถทราบราคาที่ทำให้เกิดสัญญาณซื้อและขายได้ล่วงหน้าก่อนที่เกิดหรือไม่
หากเราทราบราคาที่ทำให้เกิดสัญญาณซื้อ หรือสัญญาณขายได้ล่วงหน้า ....ซื้อ หรือขายให้ใกล้เคียงกับราคาที่เกิดสัญญาณมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
แต่หากไม่ทราบราคาที่ทำให้เกิดสัญญาณซื้อหรือขายล่วงหน้า จะมีเห็นเมื่อจบแท่งและเกิดสัญญาณไปแล้ว ก็ขึ้นกับว่า ราคาที่เราจะเข้าซื้อเก็งกำไรนั้น มันห่างจากจุดที่เราจะ Cutloss แค่ไหน หากเราเข้าผิด ซึ่งเราจำเป็น ( ต้องมี ) จุด Cutloss หรือจุด Stoploss เสมอก่อนที่จะตัดสินใจเข้าเทรด โดยคำนึงถึงค่าความเสี่ยง = ราคาที่ซื้อ + ค่าโบรก - ราคา cutloss ยังอยู่ในกรอบที่เราวางไว้หรือไม่
การซื้อเมื่อเกิด Pullback นั้น ต้องเข้าใจเรื่องพฤติกรรมของราคา ( Market stages ) และต้องมีตัวยืนยันเสมอ เราอาจดูรูปแบบ Candlestick ในการเกิด Reversal Pattern ได้ เช่น Doji , Big white , Gap up เป็นต้น หรืออาจใช้ Momentum Oscillators ต่างๆดูค่าโมเมนตัมที่เริ่มมีค่าสูงขึ้นจากวันก่อนหน้าก็ได้ เป็นตัวช่วยยืนยัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องยืนยันแนวโน้มหลักของราคาให้ได้ก่อนว่า ขาขึ้นนั้นยังไม่จบหรือเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งหากแนวโน้มขาขึ้นนั้นยังคงอยู่ หลังพักตัว ราคา Low จะต้องยกสูงขึ้นกว่า Low ก่อนหน้า เมื่อจบการพักตัวราคาจึงจะวิ่งทำ New high ต่อไปได้ครับ
สรุปก็คือ หลังเกิดสัญญาณซื้อขึ้นมาแล้ว เราจะซื้อราคาไหน ขึ้นกับการยอมรับความเสี่ยงของแต่ละคน โดยคำนวณความเสี่ยงจากราคาที่ซื้อ +ค่าโบรก - ราคา cutloss เสมอ หากค่าความเสี่ยงอยู่ในกรอบที่เราวางไว้ก็ซื้อได้เลยหรือรอราคาถูกลงมาอีกก็ได้ หากภาวะตลาดไม่ดี ความเสี่ยงจะได้ต่ำลงอีก แต่หากภาวะตลาดดี หรือกำลังร้อนแรง เราอาจเพิ่มกรอบความเสี่ยงให้สูงขึ้นได้เช้นกัน เพื่อป้องกันการตกรถในหุ้นตัวนั้น
แต่ หลักสำคัญที่ผมแนะนำเพื่อนๆของผมคือ อย่าไล่ราคา รอให้พักตัวเสร็จแล้วค่อยซื้อในกรอบความเสี่ยงที่เรารับได้ ที่เหลือปล่อยเจ้ามือแสดงผลงานไปครับ
ภาพข้างล่างเป็นตัวอย่างการสร้าง วิธีการหาหุ้นที่ขะเข้าเก็งกำไร ในแต่ละวัน โดยมีระบบเทรด 3 ระบบช่วยกำหนด และค่าโมเมนตัมต่างๆเพื่อช่วยบอกเราว่า โมเมนตัมของราคาเป็นอย่างไร กำลังมีค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง เพื่อยืนยันสัญญาณซื้อขายของระบบเทรดอีกทีหนึ่ง เพื่อลดความผิดพลาดในการเข้าซื้อทุกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่า เราจำเป็นต้องรู้ที่มาของค่าทุกค่าในตารางเพื่อให้รู้ความหมายว่า ค่าต่างๆนั้น บอกอะไรเราบ้าง เตือนอะไรเราบ้าง นักเทคนิคต้องอ่านจากสิ่งที่กราฟบอกโดยไม่มีอคติ มันบอกอะไร แปลความหมายได้แค่ไหน ก็แค่นั้นครับ ส่วนความเห็นก็อีกเรื่องไม่เกี่ยวกันครับ
หมายเหตุ : ตารางแสดงค่าต่างๆ ข้างล่างนี้เป็นตัวอย่าง ไม่ได้ชี้นำให้ซื้อ หรือขาย เป็นเพียงสูตรการหาหุ้น หรือใช้วิเคราะห์หุ้นเท่านั้น ซึ่งผู้ใช้ต้องมีความรู้และความเข้าใจในการแปลผลด้วย หุ้นที่ระบบแนะนำให้ซื้อ ไม่ได้หมายถึงว่าจะขึ้น หรือหุ้นที่ระบบแนะนำให้ขายจะต้องลง ยังจำเป็นต้องมีตัวยืนยันอื่นๆอีกด้วยครับ
ผมเคยเขียนหลักการศึกษาเรื่องเทคนิเคิลหลายครั้ง ซึ่งก็จะย้ำว่ามีแค่ 3 เรื่องเท่านั้นคือ
1. เรื่อง Trend หรือ แนวโน้มราคา .... จะตรวจสอบอย่างไร ว่าราคาในปัจจุบันอยู่ในแนวโน้มอะไร ?
2. เรื่องโมเมนตัม ( Momentum ) หรือ ความเร็วในการเปลี่ยนแปลงราคา .....เราจะรู้ได้อย่างไรว่า แรงซื้อ/แรงขาย ฝ่ายไหนได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แรงซื้อใกล้หมดแรง หรือแรงขายใกล้หมดแรง ช่วงไหนราคากำลังวิ่งร้อนแรง ดูจากตัวชี้วัดอะไร ???
3. รูปแบบราคา หรือ Price Patterns ว่าราคากำลังอยู่ในช่วงรูปแบบการกลับตัว ( Reversal Patterns ) หรือ รูปแบบพักตัวชั่วคราว ( Continuation Patterns )
จากคำถามของ จขกท ที่ถามว่า เมื่อระบบเทรดให้สัญญาณซื้อเราควรซื้อเลย หรือรอ ให้ Pull Back ก่อนนั้น
คำตอบคือ ขึ้นกับว่าระบบเทรดที่ใช้ ใช้ตัวแปรชนิดไหนในการสร้างสัญญาณซื้อขาย และเราสามารถทราบราคาที่ทำให้เกิดสัญญาณซื้อและขายได้ล่วงหน้าก่อนที่เกิดหรือไม่
หากเราทราบราคาที่ทำให้เกิดสัญญาณซื้อ หรือสัญญาณขายได้ล่วงหน้า ....ซื้อ หรือขายให้ใกล้เคียงกับราคาที่เกิดสัญญาณมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
แต่หากไม่ทราบราคาที่ทำให้เกิดสัญญาณซื้อหรือขายล่วงหน้า จะมีเห็นเมื่อจบแท่งและเกิดสัญญาณไปแล้ว ก็ขึ้นกับว่า ราคาที่เราจะเข้าซื้อเก็งกำไรนั้น มันห่างจากจุดที่เราจะ Cutloss แค่ไหน หากเราเข้าผิด ซึ่งเราจำเป็น ( ต้องมี ) จุด Cutloss หรือจุด Stoploss เสมอก่อนที่จะตัดสินใจเข้าเทรด โดยคำนึงถึงค่าความเสี่ยง = ราคาที่ซื้อ + ค่าโบรก - ราคา cutloss ยังอยู่ในกรอบที่เราวางไว้หรือไม่
การซื้อเมื่อเกิด Pullback นั้น ต้องเข้าใจเรื่องพฤติกรรมของราคา ( Market stages ) และต้องมีตัวยืนยันเสมอ เราอาจดูรูปแบบ Candlestick ในการเกิด Reversal Pattern ได้ เช่น Doji , Big white , Gap up เป็นต้น หรืออาจใช้ Momentum Oscillators ต่างๆดูค่าโมเมนตัมที่เริ่มมีค่าสูงขึ้นจากวันก่อนหน้าก็ได้ เป็นตัวช่วยยืนยัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องยืนยันแนวโน้มหลักของราคาให้ได้ก่อนว่า ขาขึ้นนั้นยังไม่จบหรือเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งหากแนวโน้มขาขึ้นนั้นยังคงอยู่ หลังพักตัว ราคา Low จะต้องยกสูงขึ้นกว่า Low ก่อนหน้า เมื่อจบการพักตัวราคาจึงจะวิ่งทำ New high ต่อไปได้ครับ
สรุปก็คือ หลังเกิดสัญญาณซื้อขึ้นมาแล้ว เราจะซื้อราคาไหน ขึ้นกับการยอมรับความเสี่ยงของแต่ละคน โดยคำนวณความเสี่ยงจากราคาที่ซื้อ +ค่าโบรก - ราคา cutloss เสมอ หากค่าความเสี่ยงอยู่ในกรอบที่เราวางไว้ก็ซื้อได้เลยหรือรอราคาถูกลงมาอีกก็ได้ หากภาวะตลาดไม่ดี ความเสี่ยงจะได้ต่ำลงอีก แต่หากภาวะตลาดดี หรือกำลังร้อนแรง เราอาจเพิ่มกรอบความเสี่ยงให้สูงขึ้นได้เช้นกัน เพื่อป้องกันการตกรถในหุ้นตัวนั้น
แต่ หลักสำคัญที่ผมแนะนำเพื่อนๆของผมคือ อย่าไล่ราคา รอให้พักตัวเสร็จแล้วค่อยซื้อในกรอบความเสี่ยงที่เรารับได้ ที่เหลือปล่อยเจ้ามือแสดงผลงานไปครับ
ภาพข้างล่างเป็นตัวอย่างการสร้าง วิธีการหาหุ้นที่ขะเข้าเก็งกำไร ในแต่ละวัน โดยมีระบบเทรด 3 ระบบช่วยกำหนด และค่าโมเมนตัมต่างๆเพื่อช่วยบอกเราว่า โมเมนตัมของราคาเป็นอย่างไร กำลังมีค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง เพื่อยืนยันสัญญาณซื้อขายของระบบเทรดอีกทีหนึ่ง เพื่อลดความผิดพลาดในการเข้าซื้อทุกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่า เราจำเป็นต้องรู้ที่มาของค่าทุกค่าในตารางเพื่อให้รู้ความหมายว่า ค่าต่างๆนั้น บอกอะไรเราบ้าง เตือนอะไรเราบ้าง นักเทคนิคต้องอ่านจากสิ่งที่กราฟบอกโดยไม่มีอคติ มันบอกอะไร แปลความหมายได้แค่ไหน ก็แค่นั้นครับ ส่วนความเห็นก็อีกเรื่องไม่เกี่ยวกันครับ
หมายเหตุ : ตารางแสดงค่าต่างๆ ข้างล่างนี้เป็นตัวอย่าง ไม่ได้ชี้นำให้ซื้อ หรือขาย เป็นเพียงสูตรการหาหุ้น หรือใช้วิเคราะห์หุ้นเท่านั้น ซึ่งผู้ใช้ต้องมีความรู้และความเข้าใจในการแปลผลด้วย หุ้นที่ระบบแนะนำให้ซื้อ ไม่ได้หมายถึงว่าจะขึ้น หรือหุ้นที่ระบบแนะนำให้ขายจะต้องลง ยังจำเป็นต้องมีตัวยืนยันอื่นๆอีกด้วยครับ
แสดงความคิดเห็น
Technical analysis: อยากทราบเรื่องการเข้าซื้อหุ้นหรือtfexหลังมีสัญญาณซื้อครับ ^^?
อยากทราบว่าหลังจากนั้นเราจะเข้าซื้อเมื่อไหร่อะครับ
1. เคาะขวาซื้อเลย
2. ซื้อเมื่อพักตัว (pull back?) ถ้าซื้อเมื่อพักตัว เราจะหาจุดพักตัวอย่างไรอะครับ
รู้สึกบางทีเคาะขวาซื้อเลยหุ้นก็ย่อลงมา แล้วเวลาถ้าสัญญาณซื้อเราผิด จะยิ่งต้อง cut loss เยอะขึ้นอะครับ
หรือว่าถ้ารอย่อหุ้นมันก็ไม่ย่ออะครับ
อยากทราบว่า แต่ละท่านมีหลักการณ์อย่างไรกันบ้างอะครับ?
ถ้าจะซื้อที่จุดพักตัว เราจะหาจุดพักตัวอย่างไรอะครับ?
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นนะครับ
ปล. ถ้าใครมีความเห็นในกรณีของ tfex แบบไม่ใช่daytrade รบกวนด้วยนะครับ